<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	
	>
<channel>
	<title>
	ความเห็นบน: The Money Formula สมการแสนล้าน พลิกกระดานวอลสตรีท	</title>
	<atom:link href="https://mpirika.com/product/the-money-formula-%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://mpirika.com/product/the-money-formula-%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=the-money-formula-%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%25a3%25e0%25b9%2581%25e0%25b8%25aa%25e0%25b8%2599%25e0%25b8%25a5%25e0%25b9%2589%25e0%25b8%25b2%25e0%25b8%2599-%25e0%25b8%259e%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%25b0%25e0%25b8%2594</link>
	<description>Quality Creativity Wisdom</description>
	<lastBuildDate>Fri, 22 May 2026 00:25:12 +0000</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0</generator>
	<item>
		<title>
		โดย: mpirika_admin		</title>
		<link>https://mpirika.com/product/the-money-formula-%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94/#comment-9992</link>

		<dc:creator><![CDATA[mpirika_admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Wed, 01 Jan 2025 22:58:50 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">https://mpirika.com/?post_type=product&#038;p=1623#comment-9992</guid>

					<description><![CDATA[“No man ever steps in the same river twice, for it&#039;s not the same river and he&#039;s not the same man.” 
.
- Heraclitus
.
.
รีวิวหนังสือ The Money Formula : Dodgy Finance, Pseudo Science, and How Mathematicians Took Over the Markets 
.
หรือชื่อไทย “สมการแสนล้านพลิกกระดานวอลสตรีท”
.
จัดทำโดย สนพ.Mpirika Books
.
ผู้เขียน Paul Wilmott และ David Orrell 
ผู้แปล ณัฐดนัย หวังพระธรรม และ ภัทร อภิวัฒนกุล
.
.
ความเห็นส่วนตัว หากจะให้คำนิยมแก่หนังสือเล่มนี้ก็ขอใช้ประโยคอ้างอิงจาก Heraclitus นี่แหละครับ และคิดว่า David Orrell กับ Paul Willmott ก็น่าจะเห็นดีเห็นงามด้วยเป็นแน่แท้
.
ไม่เช่นนั้นก็คงจะเป็นงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์สัก 1-2 ชิ้น แต่ทว่านั่นก็เป็นเพียงส่วนประกอบของกลวิธีทาง quant เท่านั้น ไม่ใช่เรื่องน่าตื่นเต้น (สำหรับพวกเขารวมถึงกลุ่มคนที่เข้าใจ)
.
.
เราเข้าสู่ยุค Anthropocene มาสักพักใหญ่ๆ แล้วใช่ไหม? ลองให้หนังสือเล่มนี้เล่าเรื่องราวเสมือนวิวัฒนาการของอุตสาหกรรมโลกการเงินเชิงปริมาณดูครับ
.
เนื้อหาเล็กๆ ส่วนหนึ่งเล่าเรื่องราวก่อนปี 2008 Paul หนึ่งในผู้เขียนหนังสือเล่มนี้เคยเข้าร่วมการประชุมของอุตสาหกรรมการเงินหลายงาน เหตุการณ์เหล่านี้เผยให้เห็นว่า Paul ดูราวกับ “แพทย์” ที่เข้าไปในฐานะผู้รับชมเหล่าผู้ป่วยแสดงอาการของตนเองออกมา  เขาเคยแสดงความเห็นในหนังสือหลายเล่มว่า เศรษฐศาสตร์ควรใช้แนวทางที่คล้ายคลึงกับชีววิทยา และภาคการเงินที่ควบคุมไม่ได้ของเราต้องได้รับการตรวจสุขภาพเป็นอย่างมาก 
.
… เนื้อหาเล่มนี้ทั้งหมดถูกเขียนด้วยการวินิจฉัยแล้ว โดยสถานะ “แพทย์” ของเขาในโลกแห่ง Quantitative Finance ด้วยภาษาเข้าใจง่าย เล่นอารมณ์ แต่แฝงปรัชญาและวิทยาศาสตร์ซ่อนอยู่  
.
ในส่วนที่เข้าใจได้ยากคงเป็นคำที่ใช้ระบุสถานะต่างๆ และกิจกรรมเฉพาะทางการเงินที่ใช้เทรดผลิตภัณฑ์การเงิน และการอธิบายพร้อมภาพประกอบที่เรียกได้ว่า “สมแล้วที่คนเขียนเป็น ‘Quant’” … แต่ส่วนตัวมองว่า ถ้ารู้เรื่องประวัติศาสตร์การเงิน/การเทรดโภคภัณฑ์มาบ้างโดยเฉพาะทางฝั่งอเมริกาหรือยุโรปที่คึกคักก็อ่านเข้าใจได้แม้ไม่เคยมีประสบการณ์ตรง (หากใช้มุมมองจากในไทยจะไม่คุ้นชิน) … เพราะโลกการเงิน ”ของจริง“ เกิดขึ้นที่นั่นและมันคึกคัก เลยมีอะไรซับซ้อนเต็มไปหมดครับ  ส่วนตัวมองว่าผู้เขียนเป็นหนึ่งในคนที่เข้าใจแก่นของการใช้เครื่องมือเชิงปริมาณกับผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ไม่ได้เป็นแค่คนทำงานในสายงานนี้
.
.
การที่จะบอกว่าผลลัพธ์อะไรที่ดูเหมือนจะฉลาดหรือว่าโง่เง่าสิ้นดี อยู่ที่มนุษย์ผู้กำลังใช้สิ่งนั้น ไม่ใช่การทำงานของสิ่งนั้น
.
แม้ว่าผลพวงจากผลลัพธ์ของสิ่งนั้นจะเลวร้ายเพียงใดก็ตาม
.
.
ปล.สำหรับนักลงทุน หนังสือเล่มนี้จะเป็นประโยชน์แม้จะไม่ได้ใช้งานหรือกำลังจะใช้งานผลิตภัณฑ์การเงินบางประเภท เพราะจะได้รู้และเข้าใจระบบของธรรมชาติตลาด … ที่บอกเล่ามาจากส่วนประกอบอันมาจากข้อมูลเชิงปริมาณที่มากขึ้นไปตามกรอบระยะเวลา หรือ ตัวมันเองนั่นแหละครับ
.
.
.
“เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 1987 หรือที่รู้จักกันในชื่อวันจันทร์ทมิฬ ก็มีแมคกัฟฟิน[๑]เช่นกัน แต่คราวนี้วัตถุเรืองแสงในกระเป๋าเอกสารคือแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ ด้วยสูตรลับของพวกเขาในการกำจัดความเสี่ยงของพอร์ตโฟลิโอ บริษัท LOR พบวิธีสร้างฟองสบู่โดยใช้ความเสี่ยงนั้นเองเป็นวัตถุดิบ (ดูกล่อง[ข้อความ] 10.1) และนั่นคือฟองสบู่ที่แตกในปี 1987
.
[…] จริงๆ แล้ว การซื้อขายอัตโนมัติด้วยอัลกอริทึมอาจเป็นแมคกัฟฟินที่แท้จริง เพราะต่อให้มีคนสักคนเปิดกระเป๋า เขาก็จะไม่รู้อยู่ดีว่าสิ่งที่อยู่ข้างในคืออะไร“
.
- The Money Formula (Paul Wilmott และ David Orrell)
.
.
[๑] เรื่องราวส่วนนี้แนะนำให้หาคำตอบในหนังสือด้วยตัวเองครับ (เดี๋ยวจะสปอยล์เกินไป) 
.
. . . ปรากฏการณ์บางอย่างจะทำงานได้ล้วนต้องการ “แมคกัฟฟิน” อันเป็นผลผลิตส่วนหนึ่งของยุค Anthropocene
.
.
.
{SS.}]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>“No man ever steps in the same river twice, for it&#8217;s not the same river and he&#8217;s not the same man.”<br />
.<br />
&#8211; Heraclitus<br />
.<br />
.<br />
รีวิวหนังสือ The Money Formula : Dodgy Finance, Pseudo Science, and How Mathematicians Took Over the Markets<br />
.<br />
หรือชื่อไทย “สมการแสนล้านพลิกกระดานวอลสตรีท”<br />
.<br />
จัดทำโดย สนพ.Mpirika Books<br />
.<br />
ผู้เขียน Paul Wilmott และ David Orrell<br />
ผู้แปล ณัฐดนัย หวังพระธรรม และ ภัทร อภิวัฒนกุล<br />
.<br />
.<br />
ความเห็นส่วนตัว หากจะให้คำนิยมแก่หนังสือเล่มนี้ก็ขอใช้ประโยคอ้างอิงจาก Heraclitus นี่แหละครับ และคิดว่า David Orrell กับ Paul Willmott ก็น่าจะเห็นดีเห็นงามด้วยเป็นแน่แท้<br />
.<br />
ไม่เช่นนั้นก็คงจะเป็นงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์สัก 1-2 ชิ้น แต่ทว่านั่นก็เป็นเพียงส่วนประกอบของกลวิธีทาง quant เท่านั้น ไม่ใช่เรื่องน่าตื่นเต้น (สำหรับพวกเขารวมถึงกลุ่มคนที่เข้าใจ)<br />
.<br />
.<br />
เราเข้าสู่ยุค Anthropocene มาสักพักใหญ่ๆ แล้วใช่ไหม? ลองให้หนังสือเล่มนี้เล่าเรื่องราวเสมือนวิวัฒนาการของอุตสาหกรรมโลกการเงินเชิงปริมาณดูครับ<br />
.<br />
เนื้อหาเล็กๆ ส่วนหนึ่งเล่าเรื่องราวก่อนปี 2008 Paul หนึ่งในผู้เขียนหนังสือเล่มนี้เคยเข้าร่วมการประชุมของอุตสาหกรรมการเงินหลายงาน เหตุการณ์เหล่านี้เผยให้เห็นว่า Paul ดูราวกับ “แพทย์” ที่เข้าไปในฐานะผู้รับชมเหล่าผู้ป่วยแสดงอาการของตนเองออกมา  เขาเคยแสดงความเห็นในหนังสือหลายเล่มว่า เศรษฐศาสตร์ควรใช้แนวทางที่คล้ายคลึงกับชีววิทยา และภาคการเงินที่ควบคุมไม่ได้ของเราต้องได้รับการตรวจสุขภาพเป็นอย่างมาก<br />
.<br />
… เนื้อหาเล่มนี้ทั้งหมดถูกเขียนด้วยการวินิจฉัยแล้ว โดยสถานะ “แพทย์” ของเขาในโลกแห่ง Quantitative Finance ด้วยภาษาเข้าใจง่าย เล่นอารมณ์ แต่แฝงปรัชญาและวิทยาศาสตร์ซ่อนอยู่<br />
.<br />
ในส่วนที่เข้าใจได้ยากคงเป็นคำที่ใช้ระบุสถานะต่างๆ และกิจกรรมเฉพาะทางการเงินที่ใช้เทรดผลิตภัณฑ์การเงิน และการอธิบายพร้อมภาพประกอบที่เรียกได้ว่า “สมแล้วที่คนเขียนเป็น ‘Quant’” … แต่ส่วนตัวมองว่า ถ้ารู้เรื่องประวัติศาสตร์การเงิน/การเทรดโภคภัณฑ์มาบ้างโดยเฉพาะทางฝั่งอเมริกาหรือยุโรปที่คึกคักก็อ่านเข้าใจได้แม้ไม่เคยมีประสบการณ์ตรง (หากใช้มุมมองจากในไทยจะไม่คุ้นชิน) … เพราะโลกการเงิน ”ของจริง“ เกิดขึ้นที่นั่นและมันคึกคัก เลยมีอะไรซับซ้อนเต็มไปหมดครับ  ส่วนตัวมองว่าผู้เขียนเป็นหนึ่งในคนที่เข้าใจแก่นของการใช้เครื่องมือเชิงปริมาณกับผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ไม่ได้เป็นแค่คนทำงานในสายงานนี้<br />
.<br />
.<br />
การที่จะบอกว่าผลลัพธ์อะไรที่ดูเหมือนจะฉลาดหรือว่าโง่เง่าสิ้นดี อยู่ที่มนุษย์ผู้กำลังใช้สิ่งนั้น ไม่ใช่การทำงานของสิ่งนั้น<br />
.<br />
แม้ว่าผลพวงจากผลลัพธ์ของสิ่งนั้นจะเลวร้ายเพียงใดก็ตาม<br />
.<br />
.<br />
ปล.สำหรับนักลงทุน หนังสือเล่มนี้จะเป็นประโยชน์แม้จะไม่ได้ใช้งานหรือกำลังจะใช้งานผลิตภัณฑ์การเงินบางประเภท เพราะจะได้รู้และเข้าใจระบบของธรรมชาติตลาด … ที่บอกเล่ามาจากส่วนประกอบอันมาจากข้อมูลเชิงปริมาณที่มากขึ้นไปตามกรอบระยะเวลา หรือ ตัวมันเองนั่นแหละครับ<br />
.<br />
.<br />
.<br />
“เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 1987 หรือที่รู้จักกันในชื่อวันจันทร์ทมิฬ ก็มีแมคกัฟฟิน[๑]เช่นกัน แต่คราวนี้วัตถุเรืองแสงในกระเป๋าเอกสารคือแบบจำลองทางคณิตศาสตร์ ด้วยสูตรลับของพวกเขาในการกำจัดความเสี่ยงของพอร์ตโฟลิโอ บริษัท LOR พบวิธีสร้างฟองสบู่โดยใช้ความเสี่ยงนั้นเองเป็นวัตถุดิบ (ดูกล่อง[ข้อความ] 10.1) และนั่นคือฟองสบู่ที่แตกในปี 1987<br />
.<br />
[…] จริงๆ แล้ว การซื้อขายอัตโนมัติด้วยอัลกอริทึมอาจเป็นแมคกัฟฟินที่แท้จริง เพราะต่อให้มีคนสักคนเปิดกระเป๋า เขาก็จะไม่รู้อยู่ดีว่าสิ่งที่อยู่ข้างในคืออะไร“<br />
.<br />
&#8211; The Money Formula (Paul Wilmott และ David Orrell)<br />
.<br />
.<br />
[๑] เรื่องราวส่วนนี้แนะนำให้หาคำตอบในหนังสือด้วยตัวเองครับ (เดี๋ยวจะสปอยล์เกินไป)<br />
.<br />
. . . ปรากฏการณ์บางอย่างจะทำงานได้ล้วนต้องการ “แมคกัฟฟิน” อันเป็นผลผลิตส่วนหนึ่งของยุค Anthropocene<br />
.<br />
.<br />
.<br />
{SS.}</p>
]]></content:encoded>
		
			</item>
		<item>
		<title>
		โดย: mpirika_admin		</title>
		<link>https://mpirika.com/product/the-money-formula-%e0%b8%aa%e0%b8%a1%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b9%81%e0%b8%aa%e0%b8%99%e0%b8%a5%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99-%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%94/#comment-3880</link>

		<dc:creator><![CDATA[mpirika_admin]]></dc:creator>
		<pubDate>Mon, 23 Sep 2024 10:20:28 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">https://mpirika.com/?post_type=product&#038;p=1623#comment-3880</guid>

					<description><![CDATA[ทำไมคุณควรอ่าน Money Formula : สมการแสนล้าน พลิกกระดานวอลสตรีท

มุมมองเชิงลึกเกี่ยวกับการใช้คณิตศาสตร์ในการเงิน 
หากคุณสนใจในเรื่องการที่ระบบการเงินโลกถูกครอบงำด้วยคณิตศาสตร์และอัลกอริธึม The Money Formula 
ให้ภาพที่ชัดเจนเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และกลไกของการเงินเชิงปริมาณ “ผมอยากให้ลุงที่บอก HFT เอาเปรียบรายย่อยอ่านจัง”

เล่าเรื่องอย่างสนุกและเข้าใจง่าย
ผมชอบการเล่าเรื่องของ Willmott ที่เล่าเรื่อง Quant ให้เข้าใจง่ายไม่ต้องมีสมการอะไรทั้งนั้น (ถ้าสังเกตโพสต์พวกผมมีสมการเต็มไปหมด ไม่เชื่อเลื่อนลงไปสักสองโพสต์สิ) ถึงแม้ว่าหนังสือเล่มนี้จะพูดถึงหัวข้อที่ซับซ้อน เช่น การสร้างโมเดลทางการเงิน การซื้อขายด้วยอัลกอริธึม/HFT และการบริหารความเสี่ยง แต่เนื้อหาในหนังสือถูกเล่าในรูปแบบที่เข้าใจง่ายและสนุก ทำให้ผู้อ่านที่ไม่มีพื้นฐานทางการเงินหรือคณิตศาสตร์ก็สามารถเข้าใจได้ไม่มีตัวอักษรกรีกมากมายให้เข้าใจยาก
ท้าทาย ‘ความเป็นวิทยาศาสตร์’ ของการสร้างโมเดลทางการเงิน

Quant ชอบคิดว่าตัวเองเป็นวิทยาศาตร์ อย่างที่ ดร.ท่านหนึ่งบอกในกลุ่มไลน์   โมเดลนำเสนอว่าตนเองเป็น “วิทยาศาสตร์” 
แต่จริง ๆ แล้วอาจตั้งอยู่บนสมมติฐานที่อ่อนแอ ความผันผวนของตลาดและพฤติกรรมมนุษย์เป็นสิ่งที่ยากจะคาดการณ์ได้อย่างแม่นยำ
(แต่ยังไง Quant ก็มีความเป็นวิทยาศาสตร์กว่า พื้นฐานหรือเทคนิคอยู่ดี)

สัญญาณเตือนสำหรับอนาคตของการเงิน
นอกจากจะอธิบายความผิดพลาดในอดีต หนังสือเล่มนี้ยังสะท้อนถึงอนาคตของตลาดการเงิน ผู้เขียนเรียกร้องให้มีการใช้งานโมเดลทางคณิตศาสตร์อย่างรอบคอบและมีความรับผิดชอบมากขึ้น พร้อมเน้นถึงความสำคัญของความถ่อมตัวและการเข้าใจความซับซ้อนของโลกความเป็นจริงที่โมเดลเหล่านี้อาจมองข้ามไป
ถ้าคุณเป็นนักศึกษาที่สนใจด้าน Quant หนังสือเล่มนี้จะกลายเป็น &quot;เข็มทิศชีวิต&quot; ที่ดีสำหรับคุณ 
หากคุณเชื่อในกฎ 1 องศา ที่การปรับเปลี่ยนเพียงเล็กน้อยสามารถเปลี่ยนเส้นทางชีวิตได้ 
หนังสือเล่มนี้จะช่วยให้คุณประหยัดเวลาในการศึกษา Quant ได้อย่างมาก ด้วยความรู้ที่ถูกสรุปไว้อย่างชัดเจนและลึกซึ้ง 
คุณจะได้รับพื้นฐานที่สำคัญโดยไม่ต้องเสียเวลาลองผิดลองถูก

ถ้าคุณเป็นเทรดเดอร์ 
หนังสือเล่มนี้จะนำเสนอ กลยุทธ์การลงทุน ที่พิสูจน์แล้วว่าใช้ได้ผล โดยเฉพาะในเรื่อง Volatility Arbitrage 
ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวทางที่ Wilmott เชี่ยวชาญ คุณจะได้เห็นกลไกที่แท้จริงของการใช้ Vol Arbitrage ในการทำเงิน 
และเข้าใจว่าความเสี่ยงและโอกาสที่แท้จริงนั้นอยู่ตรงไหน

ถ้าคุณเป็นคนที่ไม่เชื่อเรื่อง Quant หรือสงสัยในความแม่นยำของคณิตศาสตร์ในตลาดการเงิน 
นี่แหละคือ คัมภีร์ สำหรับคุณ ผู้เขียนไม่เพียงแค่กล่าวถึงข้อดีของ Quant 
แต่ยังวิพากษ์วิจารณ์ข้อเสียและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการพึ่งพาโมเดลคณิตศาสตร์เกินไป 
การอ่านหนังสือเล่มนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจทั้งสองด้านของเหรียญ และมีมุมมองที่สมดุลมากขึ้นเกี่ยวกับ Quant 


ถ้าคุณไม่ชอบ การซื้อขายความถี่สูง (HFT) แต่ไม่เข้าใจกระบวนการทำงานของมันอย่างแท้จริง 
นอกจากจะได้ยินคำว่า &quot;ความไวแสง&quot; หนังสือเล่มนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจโครงสร้างและกลไกเบื้องหลัง HFT ได้ชัดเจนขึ้น 
คุณจะได้รู้ว่า HFT ไม่ใช่แค่เรื่องของความเร็วในการซื้อขาย แต่ยังเกี่ยวกับวิธีการที่โมเดลคณิตศาสตร์และข้อมูลถูกนำมาใช้ในการคาดการณ์และตัดสินใจอย่างรวดเร็ว
ถ้าคุณเป็นนักลงทุนที่สนใจการจัดการความเสี่ยง หนังสือเล่มนี้จะเปิดเผยให้เห็นว่าคณิตศาสตร์และโมเดลการเงินช่วยในการประเมินความเสี่ยงได้อย่างไร 
โดยไม่หลงเชื่อในสูตรสำเร็จ คุณจะได้เรียนรู้การประยุกต์ใช้โมเดลเหล่านี้เพื่อป้องกันความเสี่ยงและพัฒนาพอร์ตการลงทุนของคุณได้ดีขึ้น

ถ้าคุณสนใจเรื่องการเมืองของการเงิน 
หนังสือเล่มนี้จะช่วยให้คุณเห็นว่าการเงินเชิงปริมาณไม่ได้มีแค่ตัวเลข แต่ยังส่งผลต่อเศรษฐกิจและการเมืองในระดับโลก 
คุณจะเข้าใจถึงผลกระทบเชิงนโยบายที่เกิดจากการพึ่งพาโมเดลคณิตศาสตร์ในตลาดการเงินที่มักซับซ้อนและแฝงด้วยความเสี่ยง
ถ้าคุณเป็นคนที่กำลังมองหาแรงบันดาลใจจากคนในวงการ หนังสือเล่มนี้จะเปิดโลกของนักคณิตศาสตร์และนักการเงินที่ประสบความสำเร็จ 
คุณจะได้เห็นว่าคนเหล่านี้คิดอย่างไร และใช้ความรู้ทางคณิตศาสตร์ในการพลิกโฉมอุตสาหกรรมการเงินระดับโลกอย่างไร
สุดท้าย ถ้าคุณ เป็น Quant มีประโยคมากมายในหนังสือเล่มนี้ที่คุณยืมคำพูด  Wilmot ที่พูดแทนคุณ

= QuantCorner Team =]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ทำไมคุณควรอ่าน Money Formula : สมการแสนล้าน พลิกกระดานวอลสตรีท</p>
<p>มุมมองเชิงลึกเกี่ยวกับการใช้คณิตศาสตร์ในการเงิน<br />
หากคุณสนใจในเรื่องการที่ระบบการเงินโลกถูกครอบงำด้วยคณิตศาสตร์และอัลกอริธึม The Money Formula<br />
ให้ภาพที่ชัดเจนเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และกลไกของการเงินเชิงปริมาณ “ผมอยากให้ลุงที่บอก HFT เอาเปรียบรายย่อยอ่านจัง”</p>
<p>เล่าเรื่องอย่างสนุกและเข้าใจง่าย<br />
ผมชอบการเล่าเรื่องของ Willmott ที่เล่าเรื่อง Quant ให้เข้าใจง่ายไม่ต้องมีสมการอะไรทั้งนั้น (ถ้าสังเกตโพสต์พวกผมมีสมการเต็มไปหมด ไม่เชื่อเลื่อนลงไปสักสองโพสต์สิ) ถึงแม้ว่าหนังสือเล่มนี้จะพูดถึงหัวข้อที่ซับซ้อน เช่น การสร้างโมเดลทางการเงิน การซื้อขายด้วยอัลกอริธึม/HFT และการบริหารความเสี่ยง แต่เนื้อหาในหนังสือถูกเล่าในรูปแบบที่เข้าใจง่ายและสนุก ทำให้ผู้อ่านที่ไม่มีพื้นฐานทางการเงินหรือคณิตศาสตร์ก็สามารถเข้าใจได้ไม่มีตัวอักษรกรีกมากมายให้เข้าใจยาก<br />
ท้าทาย ‘ความเป็นวิทยาศาสตร์’ ของการสร้างโมเดลทางการเงิน</p>
<p>Quant ชอบคิดว่าตัวเองเป็นวิทยาศาตร์ อย่างที่ ดร.ท่านหนึ่งบอกในกลุ่มไลน์   โมเดลนำเสนอว่าตนเองเป็น “วิทยาศาสตร์”<br />
แต่จริง ๆ แล้วอาจตั้งอยู่บนสมมติฐานที่อ่อนแอ ความผันผวนของตลาดและพฤติกรรมมนุษย์เป็นสิ่งที่ยากจะคาดการณ์ได้อย่างแม่นยำ<br />
(แต่ยังไง Quant ก็มีความเป็นวิทยาศาสตร์กว่า พื้นฐานหรือเทคนิคอยู่ดี)</p>
<p>สัญญาณเตือนสำหรับอนาคตของการเงิน<br />
นอกจากจะอธิบายความผิดพลาดในอดีต หนังสือเล่มนี้ยังสะท้อนถึงอนาคตของตลาดการเงิน ผู้เขียนเรียกร้องให้มีการใช้งานโมเดลทางคณิตศาสตร์อย่างรอบคอบและมีความรับผิดชอบมากขึ้น พร้อมเน้นถึงความสำคัญของความถ่อมตัวและการเข้าใจความซับซ้อนของโลกความเป็นจริงที่โมเดลเหล่านี้อาจมองข้ามไป<br />
ถ้าคุณเป็นนักศึกษาที่สนใจด้าน Quant หนังสือเล่มนี้จะกลายเป็น &#8220;เข็มทิศชีวิต&#8221; ที่ดีสำหรับคุณ<br />
หากคุณเชื่อในกฎ 1 องศา ที่การปรับเปลี่ยนเพียงเล็กน้อยสามารถเปลี่ยนเส้นทางชีวิตได้<br />
หนังสือเล่มนี้จะช่วยให้คุณประหยัดเวลาในการศึกษา Quant ได้อย่างมาก ด้วยความรู้ที่ถูกสรุปไว้อย่างชัดเจนและลึกซึ้ง<br />
คุณจะได้รับพื้นฐานที่สำคัญโดยไม่ต้องเสียเวลาลองผิดลองถูก</p>
<p>ถ้าคุณเป็นเทรดเดอร์<br />
หนังสือเล่มนี้จะนำเสนอ กลยุทธ์การลงทุน ที่พิสูจน์แล้วว่าใช้ได้ผล โดยเฉพาะในเรื่อง Volatility Arbitrage<br />
ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวทางที่ Wilmott เชี่ยวชาญ คุณจะได้เห็นกลไกที่แท้จริงของการใช้ Vol Arbitrage ในการทำเงิน<br />
และเข้าใจว่าความเสี่ยงและโอกาสที่แท้จริงนั้นอยู่ตรงไหน</p>
<p>ถ้าคุณเป็นคนที่ไม่เชื่อเรื่อง Quant หรือสงสัยในความแม่นยำของคณิตศาสตร์ในตลาดการเงิน<br />
นี่แหละคือ คัมภีร์ สำหรับคุณ ผู้เขียนไม่เพียงแค่กล่าวถึงข้อดีของ Quant<br />
แต่ยังวิพากษ์วิจารณ์ข้อเสียและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการพึ่งพาโมเดลคณิตศาสตร์เกินไป<br />
การอ่านหนังสือเล่มนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจทั้งสองด้านของเหรียญ และมีมุมมองที่สมดุลมากขึ้นเกี่ยวกับ Quant </p>
<p>ถ้าคุณไม่ชอบ การซื้อขายความถี่สูง (HFT) แต่ไม่เข้าใจกระบวนการทำงานของมันอย่างแท้จริง<br />
นอกจากจะได้ยินคำว่า &#8220;ความไวแสง&#8221; หนังสือเล่มนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจโครงสร้างและกลไกเบื้องหลัง HFT ได้ชัดเจนขึ้น<br />
คุณจะได้รู้ว่า HFT ไม่ใช่แค่เรื่องของความเร็วในการซื้อขาย แต่ยังเกี่ยวกับวิธีการที่โมเดลคณิตศาสตร์และข้อมูลถูกนำมาใช้ในการคาดการณ์และตัดสินใจอย่างรวดเร็ว<br />
ถ้าคุณเป็นนักลงทุนที่สนใจการจัดการความเสี่ยง หนังสือเล่มนี้จะเปิดเผยให้เห็นว่าคณิตศาสตร์และโมเดลการเงินช่วยในการประเมินความเสี่ยงได้อย่างไร<br />
โดยไม่หลงเชื่อในสูตรสำเร็จ คุณจะได้เรียนรู้การประยุกต์ใช้โมเดลเหล่านี้เพื่อป้องกันความเสี่ยงและพัฒนาพอร์ตการลงทุนของคุณได้ดีขึ้น</p>
<p>ถ้าคุณสนใจเรื่องการเมืองของการเงิน<br />
หนังสือเล่มนี้จะช่วยให้คุณเห็นว่าการเงินเชิงปริมาณไม่ได้มีแค่ตัวเลข แต่ยังส่งผลต่อเศรษฐกิจและการเมืองในระดับโลก<br />
คุณจะเข้าใจถึงผลกระทบเชิงนโยบายที่เกิดจากการพึ่งพาโมเดลคณิตศาสตร์ในตลาดการเงินที่มักซับซ้อนและแฝงด้วยความเสี่ยง<br />
ถ้าคุณเป็นคนที่กำลังมองหาแรงบันดาลใจจากคนในวงการ หนังสือเล่มนี้จะเปิดโลกของนักคณิตศาสตร์และนักการเงินที่ประสบความสำเร็จ<br />
คุณจะได้เห็นว่าคนเหล่านี้คิดอย่างไร และใช้ความรู้ทางคณิตศาสตร์ในการพลิกโฉมอุตสาหกรรมการเงินระดับโลกอย่างไร<br />
สุดท้าย ถ้าคุณ เป็น Quant มีประโยคมากมายในหนังสือเล่มนี้ที่คุณยืมคำพูด  Wilmot ที่พูดแทนคุณ</p>
<p>= QuantCorner Team =</p>
]]></content:encoded>
		
			</item>
	</channel>
</rss>
