<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	
	>
<channel>
	<title>
	ความเห็นบน: Chaos Kings กลยุทธ์เทรด เดิมพัน วันโลกป่วน	</title>
	<atom:link href="https://mpirika.com/product/%E0%B8%81%E0%B8%A5%E0%B8%A2%E0%B8%B8%E0%B8%97%E0%B8%98%E0%B9%8C%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%94-%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99-%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B9%82/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://mpirika.com/product/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%94-%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%82/?utm_source=rss&#038;utm_medium=rss&#038;utm_campaign=%25e0%25b8%2581%25e0%25b8%25a5%25e0%25b8%25a2%25e0%25b8%25b8%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%2598%25e0%25b9%258c%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2597%25e0%25b8%25a3%25e0%25b8%2594-%25e0%25b9%2580%25e0%25b8%2594%25e0%25b8%25b4%25e0%25b8%25a1%25e0%25b8%259e%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2599-%25e0%25b8%25a7%25e0%25b8%25b1%25e0%25b8%2599%25e0%25b9%2582</link>
	<description>Quality Creativity Wisdom</description>
	<lastBuildDate>Wed, 17 Jun 2026 07:37:52 +0000</lastBuildDate>
	<sy:updatePeriod>
	hourly	</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>
	1	</sy:updateFrequency>
	<generator>https://wordpress.org/?v=7.0.2</generator>
	<item>
		<title>
		โดย: SS		</title>
		<link>https://mpirika.com/product/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%94-%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%82/#comment-717</link>

		<dc:creator><![CDATA[SS]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 20 Apr 2024 22:01:49 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://mpirika.com/?post_type=product&#038;p=99#comment-717</guid>

					<description><![CDATA[“ในบรรดาสิ่งที่เขียนไว้ทั้งมวล ข้าเสน่หาเพียงสิ่งที่นรชนขีดเขียนด้วยเลือดของเขาเองเท่านั้น
.
ลิขนะโดยโลหิต และเจ้าจะพบว่าเลือดคือจิตวิญญาณ
.
…ผู้ใดก็ตามเมื่อเขียนด้วยเลือดและภาษิตย่อมไม่ปรารถนาให้ถูกอ่าน แต่ให้ถูกเรียนรู้ได้โดยจิตใจ“
.
- Friedrich Nietzsche, Thus Spoke Zarathustra (ch.vii: Reading and Writing)
.
.
รีวิวหนังสือ[ฉบับแปลไทย] Chaos Kings : how wall street traders make billions in the new age of crisis 
.
หรือ Chaos Kings กลยุทธ์เทรด เดิมพัน วันโลกป่วน
.
Scott Patterson ผู้เขียน
พรชนก พวงสุข ผู้แปล
.
Scott ใช้สำนวนการเขียนเล่มนี้ในลักษณะบอกเล่าเรื่องราวที่เหมือน “เพื่อน” หรือการนั่งร่วมโต๊ะกับบรรดามิตรสหายแบบกินไปเม้าท์ไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ด้วยความที่เขาเดินเรื่องแบบตรงประเด็น กระชับ รวดเร็ว จึงกลายเป็นบทสนทนาบนโต๊ะเล็กๆ ของเพื่อนสนิทต่างอาชีพ ที่หยิบยกเรื่องราวที่พบเจอในอาชีพของตนเองมาบอกเล่าให้เพื่อนๆ ฟังแบบสนุก ตามทันและเข้าใจได้ครับ
.
โดยเนื้อหาในหนังสือแบ่งออกเป็น 3 ส่วนด้วยกัน (ซึ่งจะขอรีวิวเป็น 3 ตอนด้วยเช่นกัน) ทั้งสามส่วนมีเรื่องราวเชื่อมโยงกันทั้งหมด (จะว่าไปก็เหมือนดูหนัง”วิกฤตการเงิน/ตลาดหุ้น“ดีๆ เรื่องหนึ่งเลย) ถ้าใครเคยนัดเพื่อนคนหนึ่งให้มานั่งเล่า“เรื่อง/ประเด็นสำคัญในชีวิต”ให้ในกลุ่มฟัง…การเกริ่นนำ แนะนำตัวละครของเรื่อง เล่าให้เพื่อนที่ไม่รู้เรื่อง โดยเฉพาะเรื่องในตลาดหุ้น ธุรกิจการเงิน ค่อยๆ เข้าใจมากขึ้นอย่างแนบเนียน ตลอดจนเชื่อมโยงเรื่องราวจนไปสู่จุดพีค
.
Chaos Kings เป็นแบบนั้นครับ 
.
.
…เมื่อผมกับเพื่อนอีกสองคนได้นัด Scott มานั่งดื่ม (แน่นอนว่านี่คือเรื่องแต่ง) ที่ร้านกาแฟ ชวนมาพูดคุยเรื่องราวชีวิตและการงานกันเสียหน่อย…
.
แดดเจิดจ้า ณ ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง ผมกับเพื่อนมานั่งกันก่อนแล้ว พวกเราทั้งสามคนสั่งกาแฟเย็นเหมือนกัน ไม่นาน Scott ก็เปิดประตูร้านเข้ามาในลุคสูทลำลองสีเข้มสวมทับเสื้อเชิ้ตสีฟ้า กางเกงสแล็คน้ำตาล รองเท้าสนีกเกอร์ (อันที่จริงผมแอบคาดหวังให้เขาผูกเนคไทมาด้วย) เรารอกันสักพัก เขาก็เดินมาพร้อมถือ “ดับเบิ้ลเอสเพรสโซ่ 2 แก้วช็อต“ ในมือ (เอ่อ หากผมเข้าใจไม่ผิด นั่นเท่ากับกาแฟปกติ 2 แก้ว หรือมากกว่า) เขาถอดสูทลำลอง นั่งลงพร้อมส่งรอยยิ้มทักทายพวกเราทั้งสามคน ผมจึงเริ่มกล่าวเปิดการสนทนาว่าด้วยเรื่องการงานช่วงนี้ของ Scott มีอะไรน่าสนใจหรือไม่ (ลืมบอกว่าเขาเป็นคนดังในฐานะผู้รอบรู้ รู้ลึก รู้จริง มีสายตาแหลมคมของเหยี่ยวแห่งวงการตลาดหุ้น) 
.
สิ่งแรกที่เขาทำก็สร้างความประหลาดใจให้พวกเราได้ทันที ด้วยการยกกาแฟช็อตซดทีเดียวหมด ตามด้วยช็อตที่สองเข้าไปติดๆ ด้วยสีหน้าปกติ พวกเราได้แต่มองตาค้าง จากนั้นเขาก็โบกมือทำสัญญาณกับบาริสต้า คล้ายกับบอกว่า “เอาแบบนี้มาอีก 2 แก้ว“ 
.
…เขาขยับท่านั่งตัวเองเพื่อเตรียมเล่าเรื่อง แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจัง ผสมด้วยความกังวลขึ้นมาทันที . . .
.
.
- เหล่านักเดิมพันกับความโกลากล -
.
Scott ได้แนะนำตัวละครพร้อมเล่าเหตุการณ์สำคัญๆ ของแต่ละคน ความน่าสนใจอยู่ที่บางเรื่องก็ไกลเกินกว่าที่คนนอกวงการจะรู้ แต่…บางเรื่องกลับใกล้ตัวเสียเหลือเกิน บางสิ่งที่เหมือนจะเป็นเรื่องใหม่สำหรับเราก็คือ ในเรื่องที่ใกล้ตัว Scott ได้ชี้ไปยังมุมมืดที่เราไม่เคยสนใจมันด้วยซ้ำ หลายอย่างในเงามืดนั้นได้เผยให้เราได้รู้จักจากเหตุการณ์ในเรื่องเล่าของ Scott …เหตุการณ์เหล่านั้นชวนให้ผมนึกถึงประโยคหนึ่งในหนังสือ The White Album ของ Joan Didion โดยเธอเขียนไว้ว่า :
.
“เราบอกเล่าเรื่องราวของตัวเองเพื่อที่จะดำรงอยู่ … เรามีชีวิตอยู่ได้ด้วยการกำหนดเส้นการเดินเรื่องเล่าจากภาพที่มองเห็นแตกต่างกัน โดยเฉพาะถ้าเราเป็นนักเขียน[๑]“
.
บางสิ่งที่ Scott บอกเล่าให้พวกเราได้รับรู้ปัญหาหนึ่งที่เขาได้มันมาจากในแวดวงการงานอาชีพของเขานั่นคือ “ความเปราะบาง (Fragile)” …ประโยคข้างต้นจาก Didion บรรยายคุณสมบัติ หรือต้นกำเนิดของมันได้มากทีเดียวครับ
.
.
- สู่ดินแดนหางอ้วน -
.
“กว่าธรรมชาติจะค้นพบวิธีสร้างชีวภาพเหล่านั้นขึ้นมาใช้เวลาหลายร้อยล้านปี แต่ตอนนี้มนุษย์ผู้มีความโอหังต้องการสร้างจากภาพรวมลงไปภาพย่อย(top-down) ไม่ว่าอะไรก็ตามที่เราพยายามสร้างขึ้นล้วนมีแนวโน้มเปราะบางทั้งสิ้น[๒]”
.
- Nassim Taleb
เรื่องราวการงานของเขาแม้จะเล่าได้อย่างรวดเร็วลื่นไหล (สมกับที่เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญภายในแวดวงของ HFT หรือ high-frequency trading ในตลาดหุ้นและตลาดต่างๆ) แต่มันก็เริ่มจะหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ หลังจากให้เราเข้าใจคร่าวๆ ของเหตุการณ์ต่างๆ เขาเริ่มลงลึกมากขึ้น ขยายกว้างออกไป ก่อนบรรจบอีกครั้ง …พวกเราไม่เคยล่วงรู้เลยว่ามันมีสิ่งที่เรียกว่า หางอ้วน อยู่ในหลักวิชาการด้วย (หรือมี ก็ไม่ได้ถูกให้ความสำคัญจนเป็นที่น่าจดจำและนำไปใช้งาน) Scott กระดกกาแฟเข้าไปอีกช็อต…ซึ่งถึงตอนนี้ผมก็ไม่ได้นับจำนวนแก้ว เพราะลืมสนใจเรื่องน่าอัศจรรย์ใจอันดับแรกของวันนี้ไปเลย…และจากนั้น เขาก็พูดว่า “นั่นเพราะพวกนาย …ไม่สิ พวกเราไม่รู้ ว่าเราไม่รู้ยังไงล่ะ”
.
.
ดังที่ Nassim Taleb มีหลักการป้องกันไว้ก่อนให้แก่ตัวเองจากความไม่รู้ที่ว่า “ถ้าผมมีไข้ จะไม่รักษา ถ้าผมปวดหัว จะไม่รักษา ถ้าผมเป็นมะเร็ง ผมจะพบแพทย์หกคน ไม่ใช่แค่คนเดียว[๓]&quot;
.
.
- ความโกลาหลที่สะสมพอกพูนที่ปลายจมูก -
.
มีเรื่องราวมากมายที่ Scott เล่ามาได้น่าประทับใจ เป็นข้อเท็จจริงซึ่งได้จากประสบการณ์ควบคู่กับการทดลอง(หรือทดสอบ)มากกว่าเป็นเพียงทฤษฎีจากผู้ช่างสงสัย (Empirical) แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันน่าสนใจ นั่นก็เพราะมันควรจะต้องถูกให้ความสนใจ…ให้ความใส่ใจกันมากกว่านี้จริงๆ 
.
ครั้งหนึ่ง Einstein เคยตั้งข้อสังเกตว่า ”พระเจ้าไม่ทอยลูกเต๋า“ เพื่อเป็นการคัดค้านควอนตัม โดยที่ Niels Bohr ตอบโต้ไปทันควันโดยเตือนให้เขา “เลิกบอกพระเจ้าว่าต้องทำอะไรซะที“ หรืออย่าง David Albert เคยถาม Carlo Rovelli ว่า “คาร์โล คุณคิดได้ยังไงว่าการทดลองในห้องปฏิบัติการที่มี‘โลหะกับเศษแก้ว’จะทวีความสำคัญขนาดทำให้เรา ‘ตั้งคำถามต่อความเชื่อมั่นทางอภิปรัชญาที่หยั่งรากลึกที่สุด‘ เกี่ยวกับการทำงานของธรรมชาติได้“ แล้ววันหนึ่ง Carlo ก็ได้คำตอบที่แสนจะเรียบง่ายให้กับคำถามนี้ว่า “อะไรคือบรรดา ‘ความเชื่อมั่นทางอภิปรัชญาอันหยั่งรากลึกที่สุด’ ของเรากันล่ะ หากไม่ใช่สิ่งที่เราค่อยๆ คุ้นชินจนเชื่อมั่นจากการเล่นกับก้อนหินและเศษท่อนไม้เหมือนกันเป๊ะเลย“[๔]
.
เราทุกคนอึ้งกันไป กับเรื่องราวที่ Scott บอกเล่าจนนิ่งเงียบกันหมด ผมรู้สึกตัวขึ้นมาจึงพยายามจะสร้างบรรยากาศให้ดีขึ้นโดยพูด…เอ่อก็ ในสิ่งที่ไม่น่าฉลาดเท่าไหร่นักไปว่า “Scottie ง..งั้นนายก็ทำเงินในตลาดได้มากเลยสินะ เจ๋งไปเลยเพื่อน“
.
Scott มองต่ำลงโดยไม่ตอบอะไร จนผมกลืนน้ำลายตัวเอง เกิดเสียงที่ดูเหมือนจะใช้แทนคำตอบจากเขา ก่อนที่ Scott จะยื่นมือไปหยิบกาแฟดับเบิ้ลช็อตมายกซดลงคออีกแก้ว …นี่ทำให้ผมเพิ่งนึกเรื่องน่าทึ่งนี้ขึ้นมา ผมนับได้ทั้งหมดรวมในมือเขาก็คือ 7 แก้ว! (…แล้วผมก็กลับมาทึ่งกับเรื่องนี้อีกครั้งจนได้) ชั่วขณะนั้นเอง ที่ Scott ลุกขึ้นหยิบสูทลำลองมาสวม ก่อนส่งรอยยิ้มเล็กๆ อันคุ้นตาพร้อมกับโบกมือร่ำลาพวกเราทั้งสามคน ตอนที่เขาเดินไปได้สองก้าว เขาก็หยุดพลันเหลียวกลับมามองพวกเรา ก่อนจะพูดว่า “พวกนายอย่ามัวเสียเวลาไปกับเรื่องการทำเงินอย่างไรให้ได้มากๆ ในตลาดหุ้นหรือตลาดโภคภัณฑ์จะดีกว่า หลายอย่างสำคัญยิ่งกว่าหากยังไม่ระมัดระวังตัวเองให้มากเพียงพอ”
.
...หลังจากสิ้นประโยคนั้น Scott โฟกัสมองพื้น นึกคิดบางอย่างในใจ 
.
…ก่อนหลับตา ราวกับว่าได้พบเจอคำตอบในนั้น 
.
…เขายิ้มมุมปาก ก่อนเอ่ยถ้อยคำ เป็นเพียงประโยคเดียว ประโยคสั้นๆ เพื่อร่ำลา
.
.
“…ปีศาจนั้น อยู่ในชุดข้อมูล[๕]”
.
.
.
ปล.ในความเห็นของข้าพเจ้า การใช้ชีวิตของเรา แทนที่จะดำเนินไปแบบรวดเดียวอย่างราบรื่น(เพราะเราคุ้นเคยมันเช่นนั้น) กลับมีลักษณะดำเนินไปแบบห้วงๆ มากกว่า โดยในแต่ละห้วง สมองของเราจะจับเอาข้อมูลทั้งหมดที่มึ ณ ขณะนั้นมามัดรวมกัน เพื่อใช้ในการตัดสินใจ เมื่อผ่านห้วงหนึ่งไปสู่อีกห้วง กระบวนการนี้จะเกิดซ้ำ ดำเนินไปเช่นเดิมเรื่อยๆ โดยที่มันจะไม่สนใจว่า “[ในความเป็นจริง]มันเป็นไปเช่นนั้น” จริงๆ ไหม
.
ขั้นตอนการเตรียมตัวเพื่อเริ่มใช้ความคิด จึงเป็นขั้นตอนสำคัญมากที่สุดในการใช้ชีวิตบนโลกใบนี้ที่เต็มไปด้วย ความโกลาหล
.
…เริ่มต้นอย่างคนช่างสงสัยในทุกๆ ห้วงของกาลเวลา 
.
…โดยอยู่กับสิ่งที่เราสังเกตได้เท่านั้น
.
…อย่าเพ้อฝัน ล่องลอยบนความมั่นใจว่า “เป็นจริง“ กับสิ่งที่สังเกตไม่ได้
.
เพราะอย่างไรเสีย ธรรมชาติ ไม่สนใจหรอกครับว่าใครจะกำลังสังเกตหรือพยายามทำบางสิ่งบางอย่างกับมันอยู่หรือเปล่า 
.
.
และอันที่จริง ปัญหาต่างๆ ของเรา สำหรับธรรมชาติ . . . มันเป็นปัญหาที่ถูกแก้ไปแล้ว[๖]
.
.
.
“[ภายในจิต] …ความรู้และข้อผิดพลาดไหลบ่าเข้ามาจากแหล่งเดียวกัน ผู้ประสบความสำเร็จเท่านั้นที่สามารถแยกความรู้ออกจากข้อผิดพลาดได้”
.
-Ernst Mach
.
.
.
[๑] Chaos Kings ฉบับแปลไทย
[๒] อ้างอิงแล้ว
[๓] อ้างอิงแล้ว
[๔] ดัดแปลงจากหนังสือ Helgoland (Carlo Rovelli)
[๕] Chaos Kings ฉบับแปลไทย
[๖] Erik C.Banks (The Realistic Empiricism of Mach, James, and Russell)
.
.
.
{SS.}]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>“ในบรรดาสิ่งที่เขียนไว้ทั้งมวล ข้าเสน่หาเพียงสิ่งที่นรชนขีดเขียนด้วยเลือดของเขาเองเท่านั้น<br />
.<br />
ลิขนะโดยโลหิต และเจ้าจะพบว่าเลือดคือจิตวิญญาณ<br />
.<br />
…ผู้ใดก็ตามเมื่อเขียนด้วยเลือดและภาษิตย่อมไม่ปรารถนาให้ถูกอ่าน แต่ให้ถูกเรียนรู้ได้โดยจิตใจ“<br />
.<br />
&#8211; Friedrich Nietzsche, Thus Spoke Zarathustra (ch.vii: Reading and Writing)<br />
.<br />
.<br />
รีวิวหนังสือ[ฉบับแปลไทย] Chaos Kings : how wall street traders make billions in the new age of crisis<br />
.<br />
หรือ Chaos Kings กลยุทธ์เทรด เดิมพัน วันโลกป่วน<br />
.<br />
Scott Patterson ผู้เขียน<br />
พรชนก พวงสุข ผู้แปล<br />
.<br />
Scott ใช้สำนวนการเขียนเล่มนี้ในลักษณะบอกเล่าเรื่องราวที่เหมือน “เพื่อน” หรือการนั่งร่วมโต๊ะกับบรรดามิตรสหายแบบกินไปเม้าท์ไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ด้วยความที่เขาเดินเรื่องแบบตรงประเด็น กระชับ รวดเร็ว จึงกลายเป็นบทสนทนาบนโต๊ะเล็กๆ ของเพื่อนสนิทต่างอาชีพ ที่หยิบยกเรื่องราวที่พบเจอในอาชีพของตนเองมาบอกเล่าให้เพื่อนๆ ฟังแบบสนุก ตามทันและเข้าใจได้ครับ<br />
.<br />
โดยเนื้อหาในหนังสือแบ่งออกเป็น 3 ส่วนด้วยกัน (ซึ่งจะขอรีวิวเป็น 3 ตอนด้วยเช่นกัน) ทั้งสามส่วนมีเรื่องราวเชื่อมโยงกันทั้งหมด (จะว่าไปก็เหมือนดูหนัง”วิกฤตการเงิน/ตลาดหุ้น“ดีๆ เรื่องหนึ่งเลย) ถ้าใครเคยนัดเพื่อนคนหนึ่งให้มานั่งเล่า“เรื่อง/ประเด็นสำคัญในชีวิต”ให้ในกลุ่มฟัง…การเกริ่นนำ แนะนำตัวละครของเรื่อง เล่าให้เพื่อนที่ไม่รู้เรื่อง โดยเฉพาะเรื่องในตลาดหุ้น ธุรกิจการเงิน ค่อยๆ เข้าใจมากขึ้นอย่างแนบเนียน ตลอดจนเชื่อมโยงเรื่องราวจนไปสู่จุดพีค<br />
.<br />
Chaos Kings เป็นแบบนั้นครับ<br />
.<br />
.<br />
…เมื่อผมกับเพื่อนอีกสองคนได้นัด Scott มานั่งดื่ม (แน่นอนว่านี่คือเรื่องแต่ง) ที่ร้านกาแฟ ชวนมาพูดคุยเรื่องราวชีวิตและการงานกันเสียหน่อย…<br />
.<br />
แดดเจิดจ้า ณ ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง ผมกับเพื่อนมานั่งกันก่อนแล้ว พวกเราทั้งสามคนสั่งกาแฟเย็นเหมือนกัน ไม่นาน Scott ก็เปิดประตูร้านเข้ามาในลุคสูทลำลองสีเข้มสวมทับเสื้อเชิ้ตสีฟ้า กางเกงสแล็คน้ำตาล รองเท้าสนีกเกอร์ (อันที่จริงผมแอบคาดหวังให้เขาผูกเนคไทมาด้วย) เรารอกันสักพัก เขาก็เดินมาพร้อมถือ “ดับเบิ้ลเอสเพรสโซ่ 2 แก้วช็อต“ ในมือ (เอ่อ หากผมเข้าใจไม่ผิด นั่นเท่ากับกาแฟปกติ 2 แก้ว หรือมากกว่า) เขาถอดสูทลำลอง นั่งลงพร้อมส่งรอยยิ้มทักทายพวกเราทั้งสามคน ผมจึงเริ่มกล่าวเปิดการสนทนาว่าด้วยเรื่องการงานช่วงนี้ของ Scott มีอะไรน่าสนใจหรือไม่ (ลืมบอกว่าเขาเป็นคนดังในฐานะผู้รอบรู้ รู้ลึก รู้จริง มีสายตาแหลมคมของเหยี่ยวแห่งวงการตลาดหุ้น)<br />
.<br />
สิ่งแรกที่เขาทำก็สร้างความประหลาดใจให้พวกเราได้ทันที ด้วยการยกกาแฟช็อตซดทีเดียวหมด ตามด้วยช็อตที่สองเข้าไปติดๆ ด้วยสีหน้าปกติ พวกเราได้แต่มองตาค้าง จากนั้นเขาก็โบกมือทำสัญญาณกับบาริสต้า คล้ายกับบอกว่า “เอาแบบนี้มาอีก 2 แก้ว“<br />
.<br />
…เขาขยับท่านั่งตัวเองเพื่อเตรียมเล่าเรื่อง แววตาของเขาเปลี่ยนเป็นจริงจัง ผสมด้วยความกังวลขึ้นมาทันที . . .<br />
.<br />
.<br />
&#8211; เหล่านักเดิมพันกับความโกลากล &#8211;<br />
.<br />
Scott ได้แนะนำตัวละครพร้อมเล่าเหตุการณ์สำคัญๆ ของแต่ละคน ความน่าสนใจอยู่ที่บางเรื่องก็ไกลเกินกว่าที่คนนอกวงการจะรู้ แต่…บางเรื่องกลับใกล้ตัวเสียเหลือเกิน บางสิ่งที่เหมือนจะเป็นเรื่องใหม่สำหรับเราก็คือ ในเรื่องที่ใกล้ตัว Scott ได้ชี้ไปยังมุมมืดที่เราไม่เคยสนใจมันด้วยซ้ำ หลายอย่างในเงามืดนั้นได้เผยให้เราได้รู้จักจากเหตุการณ์ในเรื่องเล่าของ Scott …เหตุการณ์เหล่านั้นชวนให้ผมนึกถึงประโยคหนึ่งในหนังสือ The White Album ของ Joan Didion โดยเธอเขียนไว้ว่า :<br />
.<br />
“เราบอกเล่าเรื่องราวของตัวเองเพื่อที่จะดำรงอยู่ … เรามีชีวิตอยู่ได้ด้วยการกำหนดเส้นการเดินเรื่องเล่าจากภาพที่มองเห็นแตกต่างกัน โดยเฉพาะถ้าเราเป็นนักเขียน[๑]“<br />
.<br />
บางสิ่งที่ Scott บอกเล่าให้พวกเราได้รับรู้ปัญหาหนึ่งที่เขาได้มันมาจากในแวดวงการงานอาชีพของเขานั่นคือ “ความเปราะบาง (Fragile)” …ประโยคข้างต้นจาก Didion บรรยายคุณสมบัติ หรือต้นกำเนิดของมันได้มากทีเดียวครับ<br />
.<br />
.<br />
&#8211; สู่ดินแดนหางอ้วน &#8211;<br />
.<br />
“กว่าธรรมชาติจะค้นพบวิธีสร้างชีวภาพเหล่านั้นขึ้นมาใช้เวลาหลายร้อยล้านปี แต่ตอนนี้มนุษย์ผู้มีความโอหังต้องการสร้างจากภาพรวมลงไปภาพย่อย(top-down) ไม่ว่าอะไรก็ตามที่เราพยายามสร้างขึ้นล้วนมีแนวโน้มเปราะบางทั้งสิ้น[๒]”<br />
.<br />
&#8211; Nassim Taleb<br />
เรื่องราวการงานของเขาแม้จะเล่าได้อย่างรวดเร็วลื่นไหล (สมกับที่เขาเป็นผู้เชี่ยวชาญภายในแวดวงของ HFT หรือ high-frequency trading ในตลาดหุ้นและตลาดต่างๆ) แต่มันก็เริ่มจะหนักหน่วงขึ้นเรื่อยๆ หลังจากให้เราเข้าใจคร่าวๆ ของเหตุการณ์ต่างๆ เขาเริ่มลงลึกมากขึ้น ขยายกว้างออกไป ก่อนบรรจบอีกครั้ง …พวกเราไม่เคยล่วงรู้เลยว่ามันมีสิ่งที่เรียกว่า หางอ้วน อยู่ในหลักวิชาการด้วย (หรือมี ก็ไม่ได้ถูกให้ความสำคัญจนเป็นที่น่าจดจำและนำไปใช้งาน) Scott กระดกกาแฟเข้าไปอีกช็อต…ซึ่งถึงตอนนี้ผมก็ไม่ได้นับจำนวนแก้ว เพราะลืมสนใจเรื่องน่าอัศจรรย์ใจอันดับแรกของวันนี้ไปเลย…และจากนั้น เขาก็พูดว่า “นั่นเพราะพวกนาย …ไม่สิ พวกเราไม่รู้ ว่าเราไม่รู้ยังไงล่ะ”<br />
.<br />
.<br />
ดังที่ Nassim Taleb มีหลักการป้องกันไว้ก่อนให้แก่ตัวเองจากความไม่รู้ที่ว่า “ถ้าผมมีไข้ จะไม่รักษา ถ้าผมปวดหัว จะไม่รักษา ถ้าผมเป็นมะเร็ง ผมจะพบแพทย์หกคน ไม่ใช่แค่คนเดียว[๓]&#8221;<br />
.<br />
.<br />
&#8211; ความโกลาหลที่สะสมพอกพูนที่ปลายจมูก &#8211;<br />
.<br />
มีเรื่องราวมากมายที่ Scott เล่ามาได้น่าประทับใจ เป็นข้อเท็จจริงซึ่งได้จากประสบการณ์ควบคู่กับการทดลอง(หรือทดสอบ)มากกว่าเป็นเพียงทฤษฎีจากผู้ช่างสงสัย (Empirical) แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันน่าสนใจ นั่นก็เพราะมันควรจะต้องถูกให้ความสนใจ…ให้ความใส่ใจกันมากกว่านี้จริงๆ<br />
.<br />
ครั้งหนึ่ง Einstein เคยตั้งข้อสังเกตว่า ”พระเจ้าไม่ทอยลูกเต๋า“ เพื่อเป็นการคัดค้านควอนตัม โดยที่ Niels Bohr ตอบโต้ไปทันควันโดยเตือนให้เขา “เลิกบอกพระเจ้าว่าต้องทำอะไรซะที“ หรืออย่าง David Albert เคยถาม Carlo Rovelli ว่า “คาร์โล คุณคิดได้ยังไงว่าการทดลองในห้องปฏิบัติการที่มี‘โลหะกับเศษแก้ว’จะทวีความสำคัญขนาดทำให้เรา ‘ตั้งคำถามต่อความเชื่อมั่นทางอภิปรัชญาที่หยั่งรากลึกที่สุด‘ เกี่ยวกับการทำงานของธรรมชาติได้“ แล้ววันหนึ่ง Carlo ก็ได้คำตอบที่แสนจะเรียบง่ายให้กับคำถามนี้ว่า “อะไรคือบรรดา ‘ความเชื่อมั่นทางอภิปรัชญาอันหยั่งรากลึกที่สุด’ ของเรากันล่ะ หากไม่ใช่สิ่งที่เราค่อยๆ คุ้นชินจนเชื่อมั่นจากการเล่นกับก้อนหินและเศษท่อนไม้เหมือนกันเป๊ะเลย“[๔]<br />
.<br />
เราทุกคนอึ้งกันไป กับเรื่องราวที่ Scott บอกเล่าจนนิ่งเงียบกันหมด ผมรู้สึกตัวขึ้นมาจึงพยายามจะสร้างบรรยากาศให้ดีขึ้นโดยพูด…เอ่อก็ ในสิ่งที่ไม่น่าฉลาดเท่าไหร่นักไปว่า “Scottie ง..งั้นนายก็ทำเงินในตลาดได้มากเลยสินะ เจ๋งไปเลยเพื่อน“<br />
.<br />
Scott มองต่ำลงโดยไม่ตอบอะไร จนผมกลืนน้ำลายตัวเอง เกิดเสียงที่ดูเหมือนจะใช้แทนคำตอบจากเขา ก่อนที่ Scott จะยื่นมือไปหยิบกาแฟดับเบิ้ลช็อตมายกซดลงคออีกแก้ว …นี่ทำให้ผมเพิ่งนึกเรื่องน่าทึ่งนี้ขึ้นมา ผมนับได้ทั้งหมดรวมในมือเขาก็คือ 7 แก้ว! (…แล้วผมก็กลับมาทึ่งกับเรื่องนี้อีกครั้งจนได้) ชั่วขณะนั้นเอง ที่ Scott ลุกขึ้นหยิบสูทลำลองมาสวม ก่อนส่งรอยยิ้มเล็กๆ อันคุ้นตาพร้อมกับโบกมือร่ำลาพวกเราทั้งสามคน ตอนที่เขาเดินไปได้สองก้าว เขาก็หยุดพลันเหลียวกลับมามองพวกเรา ก่อนจะพูดว่า “พวกนายอย่ามัวเสียเวลาไปกับเรื่องการทำเงินอย่างไรให้ได้มากๆ ในตลาดหุ้นหรือตลาดโภคภัณฑ์จะดีกว่า หลายอย่างสำคัญยิ่งกว่าหากยังไม่ระมัดระวังตัวเองให้มากเพียงพอ”<br />
.<br />
&#8230;หลังจากสิ้นประโยคนั้น Scott โฟกัสมองพื้น นึกคิดบางอย่างในใจ<br />
.<br />
…ก่อนหลับตา ราวกับว่าได้พบเจอคำตอบในนั้น<br />
.<br />
…เขายิ้มมุมปาก ก่อนเอ่ยถ้อยคำ เป็นเพียงประโยคเดียว ประโยคสั้นๆ เพื่อร่ำลา<br />
.<br />
.<br />
“…ปีศาจนั้น อยู่ในชุดข้อมูล[๕]”<br />
.<br />
.<br />
.<br />
ปล.ในความเห็นของข้าพเจ้า การใช้ชีวิตของเรา แทนที่จะดำเนินไปแบบรวดเดียวอย่างราบรื่น(เพราะเราคุ้นเคยมันเช่นนั้น) กลับมีลักษณะดำเนินไปแบบห้วงๆ มากกว่า โดยในแต่ละห้วง สมองของเราจะจับเอาข้อมูลทั้งหมดที่มึ ณ ขณะนั้นมามัดรวมกัน เพื่อใช้ในการตัดสินใจ เมื่อผ่านห้วงหนึ่งไปสู่อีกห้วง กระบวนการนี้จะเกิดซ้ำ ดำเนินไปเช่นเดิมเรื่อยๆ โดยที่มันจะไม่สนใจว่า “[ในความเป็นจริง]มันเป็นไปเช่นนั้น” จริงๆ ไหม<br />
.<br />
ขั้นตอนการเตรียมตัวเพื่อเริ่มใช้ความคิด จึงเป็นขั้นตอนสำคัญมากที่สุดในการใช้ชีวิตบนโลกใบนี้ที่เต็มไปด้วย ความโกลาหล<br />
.<br />
…เริ่มต้นอย่างคนช่างสงสัยในทุกๆ ห้วงของกาลเวลา<br />
.<br />
…โดยอยู่กับสิ่งที่เราสังเกตได้เท่านั้น<br />
.<br />
…อย่าเพ้อฝัน ล่องลอยบนความมั่นใจว่า “เป็นจริง“ กับสิ่งที่สังเกตไม่ได้<br />
.<br />
เพราะอย่างไรเสีย ธรรมชาติ ไม่สนใจหรอกครับว่าใครจะกำลังสังเกตหรือพยายามทำบางสิ่งบางอย่างกับมันอยู่หรือเปล่า<br />
.<br />
.<br />
และอันที่จริง ปัญหาต่างๆ ของเรา สำหรับธรรมชาติ . . . มันเป็นปัญหาที่ถูกแก้ไปแล้ว[๖]<br />
.<br />
.<br />
.<br />
“[ภายในจิต] …ความรู้และข้อผิดพลาดไหลบ่าเข้ามาจากแหล่งเดียวกัน ผู้ประสบความสำเร็จเท่านั้นที่สามารถแยกความรู้ออกจากข้อผิดพลาดได้”<br />
.<br />
-Ernst Mach<br />
.<br />
.<br />
.<br />
[๑] Chaos Kings ฉบับแปลไทย<br />
[๒] อ้างอิงแล้ว<br />
[๓] อ้างอิงแล้ว<br />
[๔] ดัดแปลงจากหนังสือ Helgoland (Carlo Rovelli)<br />
[๕] Chaos Kings ฉบับแปลไทย<br />
[๖] Erik C.Banks (The Realistic Empiricism of Mach, James, and Russell)<br />
.<br />
.<br />
.<br />
{SS.}</p>
]]></content:encoded>
		
			</item>
		<item>
		<title>
		โดย: กิตติ		</title>
		<link>https://mpirika.com/product/%e0%b8%81%e0%b8%a5%e0%b8%a2%e0%b8%b8%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b9%8c%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a3%e0%b8%94-%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b8%b4%e0%b8%a1%e0%b8%9e%e0%b8%b1%e0%b8%99-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b9%82/#comment-56</link>

		<dc:creator><![CDATA[กิตติ]]></dc:creator>
		<pubDate>Sat, 13 Apr 2024 04:41:33 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://mpirika.com/?post_type=product&#038;p=99#comment-56</guid>

					<description><![CDATA[อยากจองด้วยครับ..อยากอ่านจริงๆ]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>อยากจองด้วยครับ..อยากอ่านจริงๆ</p>
]]></content:encoded>
		
			</item>
	</channel>
</rss>
